1.สัญญาณ  เนื่องจากอุปกรณ์ที่จะทำการสื่อกสารข้อมูลกันเป็นอุปกรณ์ทางไฟฟ้าดังนั้นลักษณะของข้อมูลจะต้องเป็นสัญญาณทางไฟฟ้าด้วยโดยสัญญาณทางไฟฟ้ามีอยู่2รูปแบบคือสัญญาณแบบอนาลอกและสัญญาณแบบดิจิตอล

-สัญญาณอนาลอก คือ สัญญาณที่มีความต่อเนื่องกันตลอดเวลาโดยสัญญาณนี้จะอยู่ในรูปแบบของความต่างศักย์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไปมาอย่างต่อเนื่อง

-สัญญาณดิจิจตอล คือ สัญญาณที่มีค่าไม่ต่อเนื่องลักษณะของสัญญาณนี้จะมีอยู่2ระดับถูกแทนเป็นระดับสัญญาณสูงหรือลอจิกสูงกับระดับสัญญาณต่ำหรือลอจิกต่ำ

2.รหัสแทนข้อมูล

การเก็บข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์นั้นจะถูกเก็บอยู่ในรูปของเลขฐานสองไม่ว่าจะเป็นตัวเลขหรือตัวอักขระข้อมูลต่างๆจะถูกเก็บอยู่ในรูปรหัสเลขฐานสองที่แทนด้วย0และ1รหัสแทนข้อมูลสำหรับรหัสที่นิยมใช้กันในปัจจุบันได้แก่

-รหัสแอสกี   มีการนำเลขฐานสองจำนวน 7 บิตมาแทนตัวอักขระจำนวนหนึ่งตัวรวมทั้งรหีสควบคุมต่างๆด้วย

-รหัสเอ็บซีดิก  รหัสประเภทนี้จะใช้เลขฐานสองจำนวน 8 บิตแทนสัญลักษณ์หนึ่งตัว

-รหัสยูนิโค้ด  รหัสแบบเก่าแทนตัวอักขระได้น้อยทำให้ไม่พอใช้สำหรับตัวอักษรบางประเทศ

3.การส่งข้อมูล

คือการขนส่งข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งด้วยวิธีต่างๆซึ่งการส่งข้อมูลถ้าจะนับตั้งแต่อดีตมาตั้งนานแล้วไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อมูลโดยใช้ม้าเร็วใช้สัญญาณจากควันไฟสัญญาณมือการชักธง รวมไปถึงรหัสสัญญาณในปัจจุบัน

4.ลักษณะการส่งข้อมูล มี 2 แบบคือ

1.การส่งข้อมูลแบบอนุกรม  เป็นการส่งข้อมูลที่ละบิต(1กับ0)เรียงต่อกันไปคล้ายขบวนรถไฟ ผ่านสายตัวนำเพียงเส้นเดรยว การส่งลักษณะนี้จะมีบิตเพิ่ม เช่น ข้อมูล1ตัวอักษรมี8บิตแต่จะต้องส่ง9บิตคือเพิ่มบิตที่ใช้ตรวจสอบข้อมูล

2.การส่งข้อมูลแบบขนาน  เป็นการส่งข้อมูลทีละชุด ผ่านสายตัวนำหลายเส้นในคราวเดียวเช่นการส่งเป็นไบต์จะใช้สาย8เส้นส่งข้อมูลขนานพร้อมกันเป็นชุดๆต่อเนื่องกันไปจะมีความเร็วในการส่งที่สูงกว่าแบบอนุกรม และนิยมนำมาใช้กับสถาปัตยกรรมภายในเครื่องคอมพิวเตอร์

5.วิธีการส่งข้อมูล  มีการส่งข้อมูลออกเป็น 2 วิธีดังนั้น

1.การส่งข้อมูลแบบอซิงโครนัส    เป็นการส่งข้อมูลแบบไม่เป็นจังหวะ โดยจะมีบิตเริ่มและบิตจบอยู่ครอบหน้าหลังของข้อมูล เพื่อบอกให้ผู้รับได้รู้ว่าจะมีการเริ่มต้นส่งข้อมูลมาแล้ว และบอกว่าการส่งข้อมูลได้สิ้นสุดลงแล้ว เช่น ข้อมูล1ตัวอักษรมี8บิตแต่ต้องส่ง10บิตโดย2บิตที่เพิ่มขึ้นมาจะเป็นบิตเริ่มต้นและบิตสิ้นสุด

2.การส่งข้อมูลแบบซิงโครนัส    เป็นการส่งข้อมูลแบบเป็นจังหวะ ตามสัญญาณอนาฬิกา โดยสัญญาณนาฬิกาจะเป็นตัวควบคุมจังหวะ การส่งข้อมูลแบบนี้จะไม่มีการใช้บิตเริ่ม บิตจบ เหมือนอซิงโครนัส จะมีก็เฉพาะบิตที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเท่านั้น ซึ่งการไม่มีบิตเริ่มและบิตจบ ทำให้ปริมาณข้อมูลมีน้อยลง และสามารถประหยัดเวลาในการรับส่งได้

สรุป   การส่งข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง ข้อมูลที่จะส่งอยู่ในรูปของสัญญาณทางไฟฟ้า ไม่ได้อยู่ในรูปของตัวอักษรที่อ่านได้ โดยการส่งข้อมูลมีทั้งการส่งข้อมูลแบบขนานและการส่งข้อมูลแบบอนุกรม

edit @ 14 Nov 2008 15:47:59 by มีเธอในใจเสมอ(ถึงแม้มันไม่สำคัญ)

เทคโนโลยีไร้สายกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากมีจุดเด่นหลายประการแต่ก็มีจุดอ่อนที่ต้องพิจารณาควบคู่ไปด้วย
เครือข่ายไร้สาย  จะเป็นเครือข่ายที่ใช้สัญญาณวิทยุหรืออาจใช้แสงเป็นตัวนำสัญญาณทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถสื่อสารระหว่างกันได้
เทคโนโลยีสื่อสารแบบเครือข่ายไร้สายนั้น มีความสามารถใกล้เคียงกับเครือข่ายที่ใช้สายสัญญาณมากที่สุดในระบบการสื่อสารในยุคปัจจุบันสามารถนำการสื่อสารแบบไร้สายมาเชื่อมต่อกันเป็นระบบได้
1.จุดเด่นของเครือข่ายไร้สาย   ระบบเครือข่ายแบบไร้สายมีอยู่มากมายระบบแลนไร้สายหมายถึงการให้บริการติดต่อกับระบบเครือข่ายผ่านทางระบบไร้สายเทคโนโลยีของเครือข่ายไร้สายมีประโยชน์ดังนี้
-อำนวยความสะดวก
-สะดวกต่อการติดตั้ง
-สะดวกต่อการขยายเครือข่าย
-ประหยัด
2.ข้อด้อยของเครือข่ายไร้สาย  เครือข่ายไร้สายก็ยังมีจุดอ่อนที่ต้องพิจารณาทำการติดตั้งเครือข่ายดังนี้
-ความปลอดภัย  เนื่องจากเครือข่ายไร้สายใช้วิทยุสัญญาณเป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูล
-ระยะทาง  ระยะการทำงานของเครือข่ายำร้สายนั้นจะมีระยะทางที่จำกัดซึ่งไม่เหมาะสำหรับการติดตั้ง
-ความน่าเชื่อถือ 
-ความเร็วการเชื่อมต่อ  ความเร็วในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายนั้น  จะมีความเร็วตั้งแต่1-54mbps

3.ระบบเครือข่ายแลนไร้สาย   ระบบเครือข่ายไร้สายที่ได้รับนิยมก็คือระบบเครือข่ายแลนแบบไร้สายที่ใช้มาตรฐานที่กำหนดโดยIEEEทำให้เรียกระบบแลนไร้สายว่าWI-FI

3.1มาตรฐานของระบบแลนไร้สาย

-IEEE 802.11a ใช้สัญญาณความถี่ที่ 5GHZความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูลอยู่ที่54mbpsข้อดีคือสัญญาณรบกวนน้อยระยะทางสั้น

-IEEE802.11b ใช้สัญญาณความถี่ที่ 2.4GHZมีความเร็วสูงสุดในการรับส่งข้อมูลที่11Mbpsมักใช้กับความเชื่อมต่อระหว่าง Access point กับเครื่องคอมพิวเตอร์

-IEEE802.11g ใช้สัญญาณความถีที่2.4GHZ ในการรับส่งข้อมูลเช่นเดียวกับ802.11b

-IEEE802.11n   เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการทดสอบ  มีความเร็วและระยะทางสูงสุดมากกว่าเทคโนโลยีIEEE802.11g

3.2 รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย  ในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายไร้สายนั้นจะต้องมีอุแกรณ์สำหรับส่งข้อมูล ถ้าหากมีอุปกรณ์ในเครือข่ายจำนวนน้อยก็สามารถให้อุปกรณ์ที่มีวงจรรับส่งสัญญาณสามารถติดต่อกันโดยตรง  สำหรับรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายจะมี2รูปแบบดังนี้

1.การเชื่อมต่อเครื่องต่อเครื่อง  เป็นการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างอุปกรณ์ของตัวโดยไม่ต้องใช้Access pointเป็นตัวเชื่อม

2.Infrastructure หรือ Distribution system มีการใช้ Access point เพื่อเชื่อมระหว่างเครือข่ายที่ใช้สายสัญญาณกับเครือข่ายไร้สาย

4.ระบบเครือข่ายไร้สายอื่นๆ

-ดาวเทียม

-โทรศัพท์

-เทคโนโลยี

สรุป       จะเห็นว่าเครือข่ายไร้สายนั้นมีจุดเด่นตรงที่  มีความสะดวกในการทำงานการติดตั้งการขยายเครือข่ายและช่วยประหยัดต้นทุนโดยระบบเครือข่ายไร้สายในปัจจุบันจะใช้มาตรฐานIEEE802.11  โดยมีรูปแบบการเชื่อมต่ออยู่ 2 รูปแบบ คือ การเชื่อมต่อเครื่องต่อเครื่อง  ,  Infrastructure หรือ Distribution system

edit @ 14 Nov 2008 11:15:41 by มีเธอในใจเสมอ(ถึงแม้มันไม่สำคัญ)